ย้อนไปเมื่อ500ปีก่อน ที่ญี่ปุ่น กรุงเกียวโตกำลังลุกเป็นไฟ
จากการทำสงครามของขุนนางฟุโซคาวะกับยามานะ ในสงครามที่เรียกว่า สงครามโอนิน
ชาวบ้านต่างพากันเดือดร้อน พวกเขาไม่มีที่ให้อยู่ ไม่มีข้าวให้กิน
ครอบครัวของโรคุตะ ก็เป็น1ในนั้น
พ่อกับแม่คุยถึงเรื่องที่จะต้องทิ้งโรคุตะไป เพราะพวกเขาไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูกทั้งหมด
พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด แม้จะทิ้งลูกไปสักคนสองคนก็ไม่เป็นไร
ยิ่งโรคุตะแพ้เลือด ก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่สนับสนุนให้พ่อแม่ต้องการจะทิ้งเขาไป
พ่อพอเขาไปไว้ในป่าลึก พร้อมทั้งกำชับว่า รอพ่ออยู่นี่นะ อย่าไปไหน
โรคุตะรับคำ ทั้งๆที่รู้ดีว่า พ่อไม่มีวันกลับมารับเขา
ถ้าพ่อแม่เห็นเขาเป็นตัวถ่วง เขาก็ยินดีที่จะทำเพื่อพ่อแม่
เขาเชื่อว่าสักวันเมื่อพ่อแม่มีฐานะที่ดีขึ้น จะต้องกลับมารับเขาแน่นอน


สงครามโอนิน


โรคุตะก็อยู่ในสงครามนั้นด้วย


โรคุตะถูกพ่อแม่ทิ้ง

โรคุตะรอ...............
รอจนร่างกายผ่ายผอม เขาไม่มีอะไรกิน บัดนี้เขาผอมจนเหลือแต่กระดูก
ตอนนั้นเอง จู่ๆสัตว์อสูรก็เดินมาหาเขา โรคุตะคิดว่า ตัวเองจะถูกกินแน่แล้ว
จึงพูดว่า ถ้าเจ้ากินข้า เจ้าไม่อิ่มหรอกนะ
เมื่อสัตว์อสูรตนนั้นได้ยิน ก็รีบวิ่งมาหาเขา กอดเขาราวกับราวกับค้นพบของรักที่สูญเสียไปเป็นเวลานาน
โรคุตะได้รับการช่วยชีวิต ให้รอดพ้นจากการอดตาย
สัตว์อสูรที่ช่วยโรคุตะ เป็นเนียวไคประจำตัวเขานั่นเอง นางมีชื่อว่าโยคุฮิ
นางตามหาโรคุตะมานาน ที่จริงโรคุตะเป็นกิลนที่เป็นไทกะ มาเกิดที่ญี่ปุ่นนั่นเอง



โยคุฮิพบโรคุตะที่ญี่ปุ่น


นางพาโรคุตะมายังเทือกเขาโฮ
พวกนักบวชหญิงต่างตื่นเต้นดีใจที่เอ็นกิกลับมายังเทือกเขาโฮได้ เพราะเขาไปอยู่ที่ญี่ปุ่นนานถึง4ปี


ยคุฮิพาโรคุตะกลับมายังเทือกเขาโฮ

โรคุตะอาศัยอยู่ในเทือกเขาโฮ เขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ภายใต้การดูแลของนักบวชหญิงนามโชชุน นางรักและเอ็นดูโรคุตะมาก
นางเล่าถึงหน้าที่ของกิเลน โรคุตะเป็นกิเลนประจำอาณาจักรเอ็น เขามีศักดิ์เป็นเอ็นกิ
ช่วงนี้โรคุตะกำลังโต เขาของกิเลนกำลังขึ้น เขาจะเป็นนายแห่งเทือกเขาโฮ ศูนย์กลางของโลกนี้

เมื่อถึงเวลา โรคุตะจะต้องเลือกกษัตริย์ และไปจากที่นี่



โชชุน นักบวชหญิงที่ดูแลโรคุตะ


โรคุตะในร่างกิเลน กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

โรคุตะอยากเห็นอาณาจักรเอ็นสักครั้งก่อนที่จะเลือกกษัตริย์ โชชุนจึงพาไปตามคำขอ
เมื่อไปถึง โรคุตะเห็นแต่ซากเมืองที่ผุพังจากไฟของสงคราม ไม่มีวี่แววของผู้คนที่อาศัยอยู่เลย
โชชุนเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ อย่าเพิ่งเรียกอาณาจักรเอ็นว่า"เอ็น" แต่ให้เรียกว่า "ภูเขาหิมะ"แทน
เพราะอาณาจักรล่มจมไม่เหลืออะไรนอกจากซากปรักหักพังเท่านั้น
กษัติรย์องค์ก่อนเข่นฆ่าประชาชนเป็นว่าเล่น เขาทำลายบ้านเมืองจนวอดวาย
โรคุตะเข้าใจว่า เป็นพราะกษัตริย์ บ้านเมืองจึงล่มจม


โรคุตะเป็นนายของเทือกเขาโฮจนกว่าจะเลือกกษัตริย์


โรคุตะและโชชุนไปยังอาณาจักรเอ็น

โชชุนเองก็เป็นชาวเมืองเอ็น หมู่บ้านของโชชุนก็ถูกทำลายเช่นกัน
นางไม่รู้สาเหตุที่กษัตริย์ทำลายบ้านเมือง แต่จำวันที่เกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ
นางกอดน้องๆไว้ในออมแขน ร่างกายสั่นเทา ท่ามกลางเมืองที่ลุกเป็นไฟ
มันช่างเหมือนกับเหตุการณ์ในวันนั้นของโรคุตะเหลือเกิน
ต่างกันตรงที่คนที่รอดชีวิตมีแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่มีอะไรกิน
โชชุนจึงสวดอ้อนวอนหน้าศาลเจ้าของเซโอโบ แห่งเทือกเขาโก
ขอให้นางได้เป็นเซียนหญิง และพานางไปยังเทือกเขาโฮด้วย
นางพยายามค้ำยันเสาหิน และร้องขอซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งนางตาย


โชชุนกับน้องๆท่ามกลางสงคราม


โชชุนค้ำเสาหิน



มีใครบางคนมาจากเทือกเขาโฮ มารับนางไปเป็นเซียนหญิง
แต่นางไม่เคยหวังว่านางจะเป็นผู้ดูแลเอ็นกิ
เอ็นกิจะเป็นผู้เลือกกษัตริย์เอ็น นางหวังอยากให้เอ็นกิเลือกกษัตริย์ที่ดี จะได้ช่วยอาณาจักรเอ็น
โรคุตะหันขวับ บอกว่าจะไม่เลือกกษัตริย์
เขาเชื่อว่า กษัตริย์จะทำลายเมือง ยังไงเขาก็จะไม่เลือกกษัตริย์
แต่นั่นเป็นหน้าที่ของกิเลนที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้


เมื่อวันที่ผู้คนเดินทางมายังเทือกเขาโฮให้กิเลนเลือกกษัตริย์มาถึง
โรคุตะดูเหมือนจะไม่ใส่ใจกับการเลือกกษัตริย์เท่าไรนัก
โชชุนบอกว่า ถ้าเจอคนที่เหมาะสม โรคุตะจะเห็นรัศมีของกษัตริย์ และจะรู้ได้เองตามธรรมชาติของกิเลน
แต่ไม่ว่าอย่างไร โรคุตะก็ไม่เห็นรัศมีของกษัตริย์จากใครเลย


โรคุตะเฝ้ามองผู้คนที่เดินทางมาให้ตนเลือก

ระหว่างที่โรคุตะ โชชุนและเทเอเดินกลับที่พักนั้น
จู่ๆหญิงผู้หนึ่งก็มาคุกเข่าต่อหน้าโรคุตะ นางบอกว่ามาจากอาณาจักรเอ็น นางชื่อริบิ
นางไม่ได้มาเพื่อให้เอ็นกิเลือก แต่มาอ้อนวอน


ริบิมาอ้อนวอนโรคุตะ


งานของนางคือลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อเห็นแก่ความยุติธรรมต้องลงโทษผู้คนตามความผิดของผู้นั้น
เรื่องนี้นางเข้าใจ แต่นางไม่เข้าใจว่าทำไมนางต้องเป็นผู้พิพากษา
ในกรณีที่แม่ต้องกำจัดลูกเพื่อความอยู่รอด นางต้องลงโทษคนที่ทำไปเพราะต้องการมีชีวิตรอดหรือ
นางขอร้องให้โรคุตะเลือกกษัตริย์ผู้ที่จะทำให้ประเทศของเราต้องไม่มีการฆ่าเด็กๆอีก
โรคุตะตกใจกลัว เขานึกถึงเหตุการณ์ที่ครอบครัวทิ้งเขา
รคุตะถอยหลังไปทีละก้าว ปากก็ตะโกนว่า ไม่ ข้าจะไม่เลือกกษัตริย์
ู่ๆก็เกิดพายุ พัดเอาโรคุตะหายไป ดีที่สัตว์อสูรตามไปทัน
พายุนั้นคือโชคุ เกิดจากใจของโรคุตะที่ต้องการจะหลีกหนี
เขาตกไปที่ญี่ปุ่น เดินทางโดยไร้จุดหมายนานถึงสามปี
จนกระทั่งได้พบกับ ผู้เหมาะสมที่จะเป็นกษัตริย์เอ็น


โรคุตะนึกถึงอดีต จึงเกิดโชคุที่เกิดจากใจที่ต้องการหลีกหนีขึ้น


ในเมืองเล็กๆห้อมล้อมด้วยหน้าผาบนเกาะในทะเลเซโตะอุจิ ปกครองโดยครอบครัวโคมัตสึ
ซึ่งผู้รอดชีวิตนสุดท้ายของตระกูลคือ ลูกชายนามโคมัตสึ ซาบุโร่ นาโอทาก
ในตอนนั้น เมืองที่เขาปกครองอยู่ โดนคุกคามโดยมุราคามิ โจรสลัดที่คิดจะครอบครองทะเลเซโตะอุจิ
บิดาของนาโอทากะสิ้นแล้ว ดังนั้นเขาจึงขึ้นเป็นนายน้อยแทนบิดา
เขาสั่งให้ทุกคนไปตั้งทัพที่เกาะข้างๆ โดยใช้ซากเรือ
เขาจะไม่ยกแม้แต่ซากเรือให้มุราคามิ รวมทั้งชีวิตของทุกคนด้วย


ที่ตั้งทัพกลางเกาะในทะเลเซโตะอุจิ


รุ่งเช้า โรคุตะตื่นขึ้น เขาสลบเพราะอ่อนล้าจากกลิ่นเลือด
โยคุฮิไม่สามารถปกป้องเขาได้ เพราะพวกเธอขยับไม่ได้ในยามที่กิเลนอ่อนล้าเพราะกลิ่นเลือด
ทหารคนหนึ่งเห็นโรคุตะฟื้น จึงเรียกนาโอทากะมาดู
นาโอทากะแนะนำตัวว่า เขาชื่อ โคมัตสึ ซาบุโร่ นาโอทากะ เพิ่งขึ้นเป็นนายของเมืองนี้เมื่อคืนนี้เอง
เมื่อโรคุตะเห็นนาโอทากะครั้งแรก เขาตะลึงไปพักใหญ่
พลางคิดถึงคำพูดของโชชุนที่ว่า เมื่อเจอคนที่เหมาะสม ก็จะรู้ได้เอง
ดังนั้น โรคตะจึงคิดว่า ต้องใช่คนนี้แน่ๆ
แต่เขาก็ยังกลัวว่า กษัตริย์จะทำลายอาณาจักรเอ็น


นาโอทากะมาดูอาการโรคุตะ โรคุตะถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเขา

นาโอทากะสัญญาว่าจะพยายามเจรจากับมุราคามิ
มันจะเป็นการดีถ้าหลีกเลี่ยงสงครามได้
เขายอมเป็นข้ารับใช้ของมุราคามิดีกว่าให้ทุกคนตายเปล่า


นาโอทากะเป็นที่รักของทุกคน

นาโอทากะขึ้นไปสังเกตการณ์บนป้อมปราการ เขาเห็นคนส่งสารโดนฆ่าตายกลับมา
โรคุตะตามนาโอทากะขึ้นมา นาโอทากะเห็นจึงพูดว่า
อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรดีหรอกนะ เราอาจจะต้องยอมมุราคามิ
โรคุตะไม่ใช่คนของที่นี่ จึงไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก
เขาถามนาโอทากะว่า มุราคามิ เป็นศัตรูของท่านงั้นหรือ
นาโอทากะมองไปที่เรือหลายลำที่ล้อมป้อมปราการนี้
พร้อมทั้งเล่าให้ฟังว่า มุราคามิ เป็นโจรสลัด
เรือที่ล้อมพวกเราอยู่ เป็นเรือของมุราคามิ มันต้องการครอบครองทะเลเซโตะอุจิ
มันจับตามองพวกนาโอทากะอยู่และต้องการให้เขายอมแพ้

ทั้งๆที่นาโอทากะคิดจะเจรจา แต่เมื่อเขาส่งคนนำสารไปหามุราคามิ
คำตอบที่ได้รับคือ ความตายของคนนำสาร
นาโอทากะตัดสินใจว่า เขาจะช่วยทุกคนให้หนีไปในเช้าวันพรุ่งนี้
เขาจะล่อพวกศัตรู โดยเข้าไปในเรือรบของพวกมัน
ระหว่างนั้นให้ทุกคนหนีไป รวมทั้งโรคุตะด้วย
เขายื่นมือไปลูบหัวโรคุตะเบาๆ แต่โรคุตะให้สัมผัสแค่นิดเดียวเท่านั้นก็ปลีกตัวออกมา
เพราะไม่ค่อยอยากให้ใครถูกบริเวณหน้าผากซึ่งมีเขาของกิเลนอยู่
"แล้วท่านล่ะ?"
"มุราคามิคงไม่พลาดโอกาสที่จะจับเข้าหรอก ข้าจะทำตัวเป็นนกต่อที่ดี"


นาโอทากะสังเกตการณ์บนป้อมปราการ เขาสังเกตเห็นว่าโรคุตะตามขึ้นมา

โรคุตะเดินออกมาจากป้อมปราการ
เขาวิงเวียนเพราะกลิ่นเลือด
โยคุฮิบอกว่า หากิเลนอ่อนเพลียเพราะกลิ่นเลือด สัตว์อสูรจะขยับไม่ได้
หากจะพานาโอทากะไปเป็นกษัตริย์ ก็รีบพาเขาไปเดี๋ยวนี้เลย
โยคุฮิบอกว่าโรคุตะรู้ว่ากษัตริย์อยู่ที่นี่ นั่นเป็นเหตุผลที่โรคุตะมาที่นี้
หากนาโอทากะตาย เอนจะไม่มีกษัตริย์
แต่โรคุตะคิดว่า ตอนนี้นาโอทากะมีหน้าที่ต้องต่อสู้เพื่ออาณาจักรของเขา
นั่นเป็นเหตุผลที่โรคุตะยังพาเขาไปไม่ได้


โรคุตะรู้สึกอ่อนเพลียเพราะกลิ่นเลือด



กลางดึกคืนนั้น โรคุตะปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อแอบฟังนาโอทากะคุยกับพวกผู้ใหญ่
พวกผู้ใหญ่ไม่ยอมให้นาโอทากะทำตามแผน เพราะเขาเป็นบุตรชายคนสุดท้ายของตระกูลแล้ว
นาโอทากะต้องแฝงไปกับฝูงชนเพื่อหนีไป เขาจะส่งตัวแทนของนาโอทากะไปลงเรือรบแทนเอง
ระหว่างที่มุราคามิกำลังจับตัวปลอม ก็ให้นาโอทากะหนีไป
แต่นาโอทากะโมโห เขาเป็นนายของอาณาจักรนี้ จะให้เขาทิ้งประชาชนแล้วหนีไปอย่างนั้นเหรอ
พวกผู้ใหญ่ตอบว่า ใช่ เพราะนาโอทากะเป็นนาย พวกเขาจึงอยากให้นาโอทากะหนีไป
นาโอทากะตะโกนลั่น ทุกคนเรียกเขาว่านายน้อย และยินดี ยกย่องเขา
ถ้าเขาหนีไป เขาจะมีหน้าปขอโทษประชาชนได้อย่างไร
เขารู้ว่า ประชาชนไม่คิดว่าเขาจะมีความสามารถพอที่จะเป็นผู้นำอาณาจักรได้
แต่ประชาชนรู้อยู่แก่ใจว่าสักวัน เขาจะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ เพราะฉะนั้นทุกคนถึงได้ยอมรับเขา
แล้วจะให้เขาหนีไปเพื่อสร้างครอบครัวโคมัตสึขึ้นมาใหม่อย่างนั้นหรือ
ถ้านาโอทากะทิ้งคนของเขาไป จะให้พูดเกี่ยวกับอาณาจักรนี้ว่าอย่างไร
พวกผู้ใหญ่หวังให้เขาทำอะไรอยู่แต่ในปราสาทเพียงอย่างเดียวหรือ



โรคุตะแอบฟังนาโอทากะคุยเรื่องแผนการในวันพรุ่งนี้


นาโอทากะไม่ยอมหนีตามคำแนะนำของพวกผู้ใหญ่


ทหารบางคนส่ายหัวราวกับจะบอกว่าไม่ใช่อย่างนั้น แต่นาโอทากะไม่สนใจ
...พรุ่งนี้ นาโอทากะจะไปโจมตีมุราคามิเป็นคนแรก ให้ถือโอกาสระหว่างนั้นพาทุกคนหนีไป
เขาจะพยายามยื้อเวลาให้มากที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้ นั่นหมายถึง เวลาแห่งชีวิตของเขาด้วย

รุ่งขึ้นนาโอทากะบุกเรือรบมุราคามิ และให้คนอื่นๆทำตามแผนที่เขาวางไว้
ในขณะที่เขาเข้าตาจน จู่ๆพวกชาวบ้านก็กลับมาช่วยเขา
แต่ก็โดนฆ่าตายหมดภายในไม่กี่วินาที ด้วยลูกธนูที่พุ่งมาราวกับห่าฝน


นาโอทากะต่อสู้กับพวกมุราคามิ


ชาวบ้านที่มาช่วยนาโอทากะถูกฆ่าตายในพริบตา

นาโอทากะตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา
เขาไม่ทันระวังข้างหลัง ศัตรูจ้องตัดหัวเขา
โรคุตะเรียกสัตว์อสูรออกมาช่วยนาโอทากะไว้ได้ทันท่วงที


โรคุตะเรียกสัตว์อสูรออกมา แต่เขาช่วยนาโอทากะไว้ได้แค่คนเดียวเท่านั้น

"ข้าปกป้องพวกเขาไม่ได้"

"มันไม่ใช่ความผิดของท่าน"
".........พวกเขาเรียกข้าว่า นายน้อย พวกเขาเรียกด้วยความรู้สึกชื่นชม
ข้ารู้สึกกดดันทุกครั้งเมื่อข้าได้ยินคำนั้น
เพราะมันเห็นได้ชัดว่าข้าครอบครองสิทธิ์ของประชาชนไว้
พวกเขาเคารพข้า แต่ข้าไม่สามารถทำอะไรเพื่อพวกเขาได้เลย ...ข้าเกลียดตัวเอง"

"...ท่านอยากได้อาณาจักรไหม"

"อยากได้สิ"

"แม้ว่า มันจะเป็นอาณาจักรที่ไม่มีอะไรเลย เป็นอาณาจักรที่แห้งแล้ง งั้นหรือ"

"ข้าไม่สน กษัตริย์ที่ไม่มีอาณาจักรให้ปกครอง ก็ไม่ต่างอะไรจากคนโง่เขลา"

"ข้าจะให้อาณาจักรและประชาชนตามที่ท่านปรารถนา แต่ท่านต้องทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง"

"ยังจะมีอะไรให้ข้าทิ้งอีกงั้นเหรอ"

"ห้ามท่านกลับมาที่นี่อีก ถ้าท่านทำตามข้อตกลงได้ ข้าจะให้อาณาจักรตามที่ท่านปรารถนา.........
ท่านอยากได้บัลลังก์หรือไม่"

โรคุตะก้มหัวให้นาโอทากะ สาบานตนละบอกให้นาโอทากะยอมรับคำสาบานของเขา
เมื่อนาโอทากะตกลง
โรคุตะก็สร้างโชคุขึ้นมาทันที



โรคุตะสาบานตนต่อนาโอทากะ


โรคุตะสร้างโชคุ

ทั้งสองมาถึงอาณาจักรเอ็น
ซึ่งตอนนี้เป็นอาณาจักรที่แห้งแล้งไร้ผู้คน
โรคุตะมองซากเมืองด้วยความรู้สึกเศร้าสลด


ทั้งสองมาถึงอาณาจักรเอ็น


"ที่นี่ไม่มีอะไรเลย เพราะฉะนั้น เรามาสร้างให้มันเป็นอาณาจักรตามที่เราอยากจะให้เป็นกันเถอะ"
เสียงของนาโอทากะทำให้โรคุตะเงยหน้าขึ้นมา เขามองนาโอทากะด้วยสายตาที่ยังมีความหวัง
"ไปที่เทือกเขาโฮกันเถอะ ข้ามั่นใจว่า เราต้องทำสำเร็จแน่นอน"
คำพูดนี้ ทำให้น้ำตาของโรคุตะเริ่มไหลออกมาอย่างไม่สามรถกลั้นเอาไว้ได้
"ฝากด้วยล่ะ"


นาโอทากะรับปากว่า จะปกครองอาณาจักรให้ดีที่สุด


แล้วทั้งคู่ก็เดินทางไปทำพิธีสาบานตนที่เทือกเขาโฮ