โยโกะวิ่งไปสู้กับโคโจเพียงลำพัง ในขณะที่ผู้คนพากันแตกตื่น และหาทางเอาตัวรอดกัน
ราคุชุนพยายามห้ามโยโกะ แต่ก็โดนฝูงชนเบียดจนลับตาไป
ประตูเข้าเมืองปิดลง พวกทหารเองก็จะเอาตัวรอดกันเองโดยที่ไม่นึกถึงประชาชนที่ยังไม่เข้ามาในเมืองด้วยซ้ำ
โยโกะเข้าห้ำหั่นกับฝูงโกโจ ไม่สนใจว่าผู้คนจะดนลูกหลงหรือไม่
ในเมื่อคนพวกนี้เป็นคนสอนเธอเองนี่นา
ว่าคนเราก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใครมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นหรอก
โยโกะตะโกนลั่น ถึงโครินและสุงิโมโตะว่าเธอจะไม่ให้อภัยทั้งสองคนเด็ดขาด
แว่บหนึ่งเธอคิดว่า เธอกลายเป็นปีศาจไปแล้วจริงๆ
ก่อนที่จะฆ่าโคโจตัวสุดท้ายลงไป



ราคุชุนพยายามห้ามโยโกะ


โยโกะเข้าห้ำหั่นกับโคโจ


ว่บหนึ่งที่โยโกะคิดว่าเธอกลายเป็นปีศาจไปแล้วจริงๆ

การกระทำทั้งหมดของโยโกะ ถูกจับตามองโดยชายคนหนึ่งตลอด
หลังจากที่โยโกะฆ่าโคโจได้ เธอก็นึกถึงราคุชุนในทันที
ราคุชุนสลบอยู่ใต้ร่างของชาวบ้านที่โดนลูกหลงกันถ้วนหน้า โยโกะคิดจะเอาลูกแก้วของเธอไปรักษา
แต่พวกหทารเปิดประตูออกมาเสียก่อน โยโกะชะงัก
พลางคิดว่า ถ้าธอช่วยเจ้าหนูนี่แล้วมันคงจะเอาเรื่องเธอไปบอกกับทางการแน่ๆ
ในสายตาของโยโกะเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
โยโกะไม่เชื่อใครอีกแล้ว ว่าแล้วเธอก็วิ่งหนีไป


ชายคนหนึ่งแอบดูโยโกะ


ราคุชุนสลบอยู่


สายตาของโยโกะมีแต่ความหวาดระแวง

แม้โยโกะจะวิ่งหนีไป แต่เธอก็อดห่วงราคุชุนไม่ได้
เธอคิดจะหันหลังกลับไป แต่อาโอซารุก็โผล่มาล่อลวงเธอเสียก่อน
มันบอกว่า เดี๋ยวเจ้าหนูนั่น มันก็เอาเรื่องเธอไปบอกกับทางการเองนั่นล่ะ
เธอจะเชื่อใจใครไม่ได้อีกแล้วนะ
แล้วมันก็สร้างภาพมายา ให้โยโกะเห็นว่ามีแต่หน้ากากที่สะท้อนจิตใจคนอยู่รอบตัวเธอ



โยโกะคิดจะกลับไปหาราคุชุน


อาโอซารุล่อลวงโยโกะ

ภาพมายาที่มีแต่หน้ากาก

โยโกะร้องไห้ด้วยความสับสน ในใจเธอรู้สึกผิด ที่ปล่อยราคุชุนไว้แบบนั้น
ตอนที่เธอวิ่งหนีมา เธอคิดว่าถ้าเธอฆ่าราคุชุน เพราะความไม่เชื่อใจของเธอฝ่ายเดียว
เธอคงจะรู้สึกผิดมากกว่านี้แน่ๆ
แต่.......เธอก็คิดได้ว่า อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ฆ่าราคุชุน
อย่างน้อย เธอก็ไม่ได้ฆ่าผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอ

น้ำตาแห่งความทุกข์ กลับกลายเป็นน้ำตาแห่งความดีใจทันที
โยโกะลุกขึ้นยืนอย่างมาดมั่น แววตาของเธอมีแต่ความมุ่งมั่น
ไม่เหลือเค้าของโยโกะขี้ระแวงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เธอจะกลับไปหาราคุชุน อาโอซารุพยายามขวางเธอและล่อลวงเธอว่า
"เธอจะเชื่อใจใครไม่ได้แล้วนะ เธอต้องฆ่าพวกที่มาทำดีกับเธอให้หมด"
แต่โยโกะไม่ฟังเสียงอาโอซารุอีกต่อไปแล้ว
โยโกะคิดได้ว่า ตอนนี้ เธออยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้
เธอต้องทำอะไรเองคนเดียวทุกอย่าง ดังนั้นการที่จะเชื่อใจใคร เธอจะตัดสินใจเอง
โยโกะจะเชื่อใจใครก็เพราะเธออยากเชื่อ แม้ว่าคนนั้นจะทรยศเธอก็ตาม
เธอจะไม่ให้ใครมาบงการจิตใจได้อีกต่อไปแล้ว


"ดีจัง ที่ฉันไม่ได้ฆ่าเขา"


โยโกะต่อต้านอาโอซารุ

โยโกะฟันอาโอซารุจนกระเด็นไปไกล
ทันใดนั้นภาพมายาที่มีแต่หน้ากากก็หายไป รอบข้างตัวโยโกะกลายเป็นป่าธรรมดาๆตามเดิม
โยโกะสังเกตเห็นแสงวาบมาจากพุ่มไม้ที่อาโอซารุกระเด็นตกลงไป
เมื่อเธอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่า สิ่งที่อยู่ในพุ่มไม้ ไม่ใช่อาโอซารุ
แต่เป็นปลอกดาบที่เธอทิ้งเอาไว้กับเกวียนเมื่อตอนที่โดนปีศาจโจมตีนั่นเอง


โยโกะต่อสู้กับอาโอซารุ


แสงวาบมาจากพุ่มไม้


อาโอซารุกลายเป็นปลอกดาบ

โยโกะกลับไปที่ประตูเมืองอีกครั้ง เธอพยายามถามหาถึงราคุชุนกับชาวบ้านแถบนั้น
แต่ก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลย จนกระทั่งมีคณะละครเร่ร่อนผ่านมาตรงหน้าเธอ
เด็กผู้หญิงในคณะละครชื่อว่าเกียคุโยจำเธอได้ จึงวิ่งตรงมาหาเธอด้วยความดีใจ
แต่ก็ถูกขัดขวางโดยชายที่ชื่อว่าโคเท็ตสึ


เกวียนของคณะละครเร่ร่อน

ชายคนนี้ เป็นคนที่แอบมองโยโกะตอนที่เธอสู้กับโคโจทั้ง3ตัวนั่นเอง
เขาไม่ไว้วางใจโยโกะ เพราะเธอคือพรายทะเลที่ทางการตามล่าอยู่
แม่ของเกียวคุโย ชื่อว่าบิชิน ลงมาจากเกวียน
นางจำโยโกะได้จึงถามโยโกะว่ามาทำอะไรที่นี่
โยโกะจึงเล่าเรื่องห้บิชินฟังว่า เธอกำลังตามหาเพื่อนที่พลัดหลงกันจากเหตุการณ์จลาจลครั้งนั้นอยู่
บิชินจึงรับอาสาควบม้าไปถามหาในเมืองให้ ระหว่างนี้ให้โยโกะเดินทางไปกับคณะละครนี้ก่อน

สักพัก บิชินก็กลับมา
นางบอกโยโกะว่า พวกที่เสียชีวิต ศพจะอยู่ในโค แต่พวกที่บาดเจ็บ จะถูกส่งไปรักษาที่เอ็น
แต่ในกลุ่มคนเสียชีวิต ไม่มีศพของหนูยักษ์อยู่เลย
โยโกะคิดว่าราคุชุนคงอาจจะกลับบ้านไปหาแม่เขาก็เป็นได้
โยโกะจึงขอลา เธอจะไปที่เอ็นตามลำพัง
บิชินบอกกับโยโกะว่า ระหว่างนี้ จะอยู่กับพวกนางไปก่อนก็ได้ พวกนางต้องเร่ร่อนไปหลายๆที่เหมือนกัน
โคเท็ตสึไม่เห็นด้วย แต่ก็โดนหญิงชราหัวหน้าคณะละครขัด ทุกคนยอมให้โยโกะเดินทางไปด้วย

คืนนั้นทุกคนพักใต้ต้นยาโบคุ
ซึ่งสัตว์ร้ายจะไม่กล้าเข้ามาใกล้ต้นไม้นี้ ทุกคนจึงพักผ่อนได้อย่างสบายใจ


พักที่ต้นยาโบคุ


ทางด้านสุงิโมโตะ
ที่ที่เธออยู่มันช่างกันดารเหลือเกิน เธอเข้าไปคุยกับคนที่อยู่ที่นี่มาก่อน ได้ใจความว่า
สวรรค์กำลังพิโรธโคโอ จึงดลบันดาลให้เมืองในประเทศโคค่อยๆแห้งแล้ง กันดาร
ในที่สุดก็จะเพาะปลูกอะไรไม่ได้เลย


สุงิโมโตะคุยกับคนในเมือง

สุงิโมโตะไม่อยากจะเชื่อ
เธอคิดว่า โยโกะต่างหากต้องเป็นตัวการ โคโอไม่มีทางเป็นกษัตริย์ที่ไม่ดีไปได้
วันนั้นโรคุตะมาหาสุงิโมโตะ เพื่อสอบถามเรื่องราวของโยโกะ
เขาต้องการตามหาโยโกะ ไม่ใช่สุงิโมโตะ
สุงิโมโตะได้ยินก็ถึงกับช็อคและโมโหมาก เธออยากให้โรคุตะพาเธอไปด้วย
เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ แต่โรคุตะก็พูดประโยคสั้นๆว่า "เสียใจด้วยนะ แต่เจ้าไม่ใช่คนที่ข้าตามหา"
แล้วเขาก็หายตัวไป ปล่อยให้สุงิโมโตะนั่งคร่ำครวญอยู่เพียงลำพัง
ทันใดนั้นเหมือนมีสวรรค์มาโปรด กาโจ นกแก้วของโคโอบินมาหาเธอ


โรคุตะมาหาสุงิโมโตะ


กาโจบินมหาสุงิโมโตะ


ทางด้านโยโกะ เธอร่อนเร่ไปตามเมืองต่างๆในประเทศโคพร้อมกับคณะละคร
เธอใช้เวลาอยู่กับพวกคณะละครเร่ร่อนได้สักพัก ทุกคนดีกับเธอมาก
เว้นแต่โคเท็ตสึซึ่งดูจะไม่ค่อยชอบเธอนัก
วันหนึ่ง พวกทางการมาตามจับพรายทะเลถึงคณะละคร
พวกเขาขอตรวจค้นคนทั้งหมดที่อยู่ในคณะนี้
แต่โยโกะก็เอาตัวรอดได้โดยการเล่นละครหน้ากาก
อาศัยว่าเธอได้ดูการแสดงละครบ่อยๆ ปลอมตัวเป็นคนของคณะละครหลอกให้พวกทางการตายใจได้
เพราะพวกเขาคิดว่า พรายทะเลแสดงละครไม่เก่งหรอก
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและฝีมือการแสดงของโยโกะ ทำให้โคเท็ตสึเริ่มยอมรับเธอขึ้นมานิดหน่อย


โยโกะเล่นละครหน้ากากตบตาพวกทางการ

คืนนั้นโยโกะคุยกับบิชิน เรื่องครอบครัวของเธอ
บิชินบอกกับเธอว่า ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก แล้วก็ไม่เข้าใจลูกหรอก
อยู่ที่ว่า ลูกจะเปิดใจคุยกับแม่ได้มากแค่ไหนต่างหาก
ถ้าลูกไม่บอกแม่ ไม่คุยกับแม่ว่าต้องการอะไร อยากได้อะไร ก็สื่อใจถึงกันไม่ได้หรอก

คำสั่งสอนของบิชินทำให้โยโกะคิดได้
เธอออกไปนอกเต็นท์ เอาดาบออกมาดู
เธอเห็นทั้งพ่อและแม่ เข้ามาทำความสะอาดโต๊ะของเธอ
จริงๆแล้ว พ่อและแม่ เป็นห่วงและรักเธอมาก....


โยโกะมองเห็นพ่อแม่ของเธอผ่านดาบ


รุ่งขึ้น คณะละครเดินทางมาถึงท่าเรือที่จะเดินทางไปอาณาจักรเอ็น
ได้เวลาที่โยโกะจะต้องบอกลาคณะละครเร่ร่อนนี้แล้ว
แต่มองไปทางไหนก็มีแต่คนของทางการเต็มไปหมด
แล้วโยโกะจะปลอมตัวขึ้นเรือไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่


ณ ท่าเรือ ในอาณาจักรโค